เมื่อก่อนมีงานที่เรียกว่า "คุมแอดไลฟ์" คือเลือกกลุ่มเป้าหมาย ตั้งราคาบิด เลือกตำแหน่งโฆษณา แล้วนั่งเฝ้าแดชบอร์ดระหว่างไลฟ์ พอมาถึงปี 2026 บน TikTok Shop งานแบบนั้นไม่มีอีกแล้ว GMV Max กลายเป็นแคมเปญค่าเริ่มต้น และสำหรับผู้ขายส่วนใหญ่คือรูปแบบเดียวที่มีให้ใช้ โดยระบบเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องกลุ่มเป้าหมาย ราคาบิด ตำแหน่งโฆษณาและการเลือกคลิปทั้งหมดเอง สิ่งที่ยังไม่หายไปคือส่วนที่ชี้ขาดว่าระบบอัตโนมัตินี้จะทำเงินให้คุณหรือไม่ นั่นคือตัวเลขที่คุณป้อนเข้าไป คลิปที่คุณมีให้ระบบเลือกใช้ และห้องไลฟ์ที่ทราฟฟิกทั้งหมดถูกส่งเข้าไป
บทความนี้เขียนจากที่นั่งของทีมที่คุม LIVE GMV Max ให้แบรนด์บิวตี้และสินค้าอุปโภคบริโภคจริง จากสตูดิโอในกรุงเทพฯ สัปดาห์ละหลายห้อง
01. LIVE GMV Max คืออะไร และมาแทนอะไร
LIVE GMV Max คือแคมเปญอัตโนมัติสำหรับดันไลฟ์บน TikTok Shop คุณผูกมันเข้ากับไลฟ์ที่ตั้งเวลาไว้หรือกำลังไลฟ์อยู่ กำหนดงบต่อวัน เลือกว่าจะตั้งเป้า ROI หรือให้เร่ง GMV สูงสุด จากนั้นระบบรับไปหมด ทั้งเรื่องว่าใครจะเห็นห้อง คลิปหรือโพสต์ครีเอเตอร์ชิ้นไหนจะถูกใช้ดึงคน จะยิงลงตำแหน่งไหน และจะสู้ราคาแค่ไหนต่อผู้ชมหนึ่งคน
มันเข้ามาแทน LIVE Shopping Ads แบบตั้งค่าเอง ซึ่งกำลังถูกทยอยปิดไป รูปแบบเก่าเปิดช่องให้คุณฉลาดเรื่องกลุ่มเป้าหมายได้ รูปแบบใหม่ไม่เปิด และไม่มีประโยชน์ที่จะฝืน เพราะคันโยกพวกนั้นหายไปแล้วจริง ๆ ความได้เปรียบย้ายไปอยู่ที่ปัจจัยสามอย่างที่ระบบผลิตเองไม่ได้
| การตัดสินใจ | ใครเป็นคนตัดสินในปี 2026 | ทำไมถึงสำคัญ |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมาย | ระบบของ TikTok | ไม่เหลือคันโยกความสนใจหรือ lookalike ให้ตั้งเอง |
| ราคาบิดและการเร่งงบ | ระบบของ TikTok | ถูกจำกัดด้วยงบและเป้า ROI ของคุณเท่านั้น |
| การเลือกคลิป | ระบบของ TikTok | เลือกจากที่คุณอนุญาตไว้เท่านั้น ไม่มีมากกว่านั้น |
| ROI จุดคุ้มทุนและเป้า ROI | คุณ | กรอบที่ชี้ว่าการสเกลจะกำไรหรือขาดทุน |
| คลังคลิป | คุณ | ระบบทดสอบได้เฉพาะตัวเลือกที่คุณป้อนให้ |
| ตัวห้องไลฟ์เอง | คุณ | แอดซื้อการเข้าชม แต่ห้องเป็นคนปิดการขาย |
02. LIVE GMV Max กับ Product GMV Max — ต้องรันทั้งคู่ แต่คนละแบบ
Product GMV Max คือเครื่องยนต์ ส่วน LIVE GMV Max คืออีเวนต์ Product GMV Max ดันสินค้าต่อเนื่องทั้งบนวิดีโอ หน้าสินค้าและการค้นหา โดยปรับเพื่อให้เกิดออร์เดอร์ในร้าน มันคือตัวที่เปิดทิ้งไว้ตลอด ส่วน LIVE GMV Max ปรับเพื่อไลฟ์รอบเดียว คือดันผู้ชมเข้าห้องระหว่างที่ห้องเปิด และจบเมื่อคุณปิดห้อง
รูปแบบที่ใช้ได้จริงคือเปิด Product GMV Max ทิ้งไว้ตลอด เพราะมันรักษายอดขายพื้นฐาน และที่สำคัญกว่านั้นคือรักษาสัญญาณของร้านให้อุ่นอยู่เสมอ แล้วค่อยเปิด LIVE GMV Max รอบ ๆ ไลฟ์แต่ละครั้ง โดยเริ่มเร็วพอที่ห้องจะเปิดขึ้นมาพร้อมคนดู ไม่ใช่ต้องสร้างคนดูจากศูนย์ ห้องที่เปิดมาแล้วว่างต้องเสียช่วงต้นไปกับการซื้อทางออกจากหลุม ส่วนห้องที่เปิดมาแล้วอุ่นเริ่มปิดการขายได้ทันที
ระบบปรับเพื่อหาผู้ชมที่ "น่าจะซื้อ" แต่ไม่มีความเห็นเลยว่าโฮสต์ ข้อเสนอ หรือจังหวะการดำเนินรายการของคุณคู่ควรกับผู้ชมเหล่านั้นหรือไม่
03. ROI สองตัว — และมีแค่ตัวเดียวที่ใช้วางแผนได้
นี่คือความเข้าใจผิดที่แพงที่สุดที่เราเจอในบัญชีผู้ขายไทย และมันกินเงินไปเงียบ ๆ
แดชบอร์ดของ TikTok แสดงช่อง GMV Max ROI ตัวเลขนั้นใช้การระบุที่มาของยอดขายตามระบบของแพลตฟอร์มเอง โดยนับออร์เดอร์ที่ TikTok ให้เครดิตกับแคมเปญ ซึ่งรวมถึงการซื้อที่เกิดนอกห้องไลฟ์ภายในช่วงเวลาระบุที่มา มันเป็นตัวเลขจริงและไม่ได้หลอกใคร เพียงแต่มันตอบคนละคำถามกับคำถามที่คุณต้องการคำตอบตอนตั้งงบของสัปดาห์หน้า
ตัวเลขที่ใช้วางแผนคือ ROI ของห้อง นั่นคือ GMV ที่ห้องไลฟ์ทำได้จริง หารด้วยค่าโฆษณาของรอบนั้น จากเซสชันไลฟ์ที่เราบันทึกไว้ให้แบรนด์ที่ดูแลอยู่ ตัวเลขในแดชบอร์ดสูงกว่าตัวเลขของห้องอย่างสม่ำเสมอ โดยมากอยู่ในช่วงราวสิบถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ทั้งสองตัวควรบันทึกไว้ ให้รายงานตัวเลขแดชบอร์ดเมื่อแบรนด์ถามว่าแดชบอร์ดขึ้นเท่าไร แต่วางแผนไลฟ์ครั้งต่อไปด้วยตัวเลขของห้อง
| ตัวเลข | นับอะไร | ใช้ทำอะไร |
|---|---|---|
| GMV Max ROI ในแดชบอร์ด | ออร์เดอร์ที่แพลตฟอร์มระบุที่มาให้ในช่วงเวลาระบุที่มา รวมที่เกิดนอกห้องไลฟ์ | การรายงานและเทียบกับเกณฑ์ของแพลตฟอร์ม |
| ROI ของห้อง | GMV ที่ห้องทำได้ ÷ ค่าโฆษณาของรอบนั้น | การตัดสินใจเรื่องงบและเป้า ROI |
| ROI จุดคุ้มทุน | ระดับผลตอบแทนที่ครอบคลุมมาร์จิ้น ค่าแอดและค่าโปรดักชัน | พื้นที่ห้ามตั้งเป้าต่ำกว่านี้ |
04. ตั้งเป้า ROI ยังไงไม่ให้ระบบหยุดใช้งบ
ช่องเป้า ROI คือช่องที่ทุกคนตั้งผิดไปในทางเดียวกัน คือสูงเกินไป เป้าที่ตั้งด้วยความหวังไม่ได้ทำให้ผลตอบแทนดีขึ้น แต่ทำให้ระบบแทบไม่ยิงเลย เพราะมันจะไม่ใช้งบในที่ที่มองไม่เห็นผลตอบแทนระดับนั้น ในทางกลับกัน ถ้าตั้งต่ำไป แคมเปญก็จะสเกลอย่างมีความสุขเข้าไปในเขตขาดทุน คำตอบถูกล้อมด้วยตัวเลขสองตัว
- ROI จุดคุ้มทุน คือระดับผลตอบแทนที่ไลฟ์ครอบคลุมมาร์จิ้นสินค้า ค่าโฆษณาและค่าโปรดักชัน คุณคำนวณตัวนี้ไม่ได้เลยถ้าไม่ได้ตัวเลขมาร์จิ้นจริงจากแบรนด์ และคำว่า "เดี๋ยวประมาณเอา" คือจุดที่เอเจนซี่เริ่มปรับแคมเปญเข้าหาการขาดทุน ถามตัวเลขนี้ให้ได้
- ROI มัธยฐานที่เคยทำได้ คือค่ามัธยฐานของ ROI ห้องจากไลฟ์ก่อนหน้าในชุดสินค้าเดียวกัน ไม่ใช่ครั้งที่ดีที่สุด และไม่ใช่ค่าเฉลี่ย เพราะไลฟ์ที่ระเบิดครั้งเดียวจะลากค่าเฉลี่ยไปในจุดที่ไลฟ์ครั้งหน้าตามไม่ทัน
กฎที่เราใช้คือ ตั้งเป้าไว้ราว 80% ของมัธยฐานที่เคยทำได้ และไม่ต่ำกว่าประมาณ 1.1 เท่าของจุดคุ้มทุน สูงพอจะรักษากำไร หลวมพอให้ระบบยังมีที่ให้ใช้งบ และเมื่อแบรนด์หรือชุดสินค้าใดมีไลฟ์ที่เทียบเคียงกันได้น้อยกว่าประมาณสามครั้ง แปลว่ายังไม่มีมัธยฐานให้อ้างอิง ให้รันแบบเร่ง GMV สูงสุดพร้อมล็อกเพดานงบต่อวัน และถือว่าไลฟ์ช่วงแรกคือการเก็บข้อมูล ไม่ใช่การวัดผลงาน
ความผิดพลาดที่ดูเหมือนปัญหาของแพลตฟอร์ม แต่จริง ๆ คือปัญหาข้อมูล
แบรนด์ขยับเป้า ROI ขึ้นหลังไลฟ์ที่ยอดไม่ดี ระบบหยุดใช้งบ GMV ยิ่งตก แล้วสรุปว่า "GMV Max ใช้ไม่ได้กับเราแล้ว" ทั้งที่ฝั่งแพลตฟอร์มไม่มีอะไรเปลี่ยนเลย เป้าถูกขยับขึ้นไปเหนือระดับที่ระบบหาได้จากอัตราการปิดการขายของสินค้านั้น มันจึงเลิกสู้ราคา ทางแก้เกือบทุกครั้งคือดึงเป้ากลับมาหามัธยฐานที่เคยทำได้ แล้วไปแก้ที่ห้องไลฟ์หรือข้อเสนอแทน
05. คลังคลิป — ปัจจัยที่ระบบอัตโนมัติสร้างเองไม่ได้
GMV Max เป็นคนเลือกคลิป ไม่ใช่คนทำคลิป นั่นทำให้คลังวิดีโอที่คุณอนุญาตไว้กลายเป็นคันโยกจริงที่ยังอยู่ในมือคุณ และคลังที่บางคือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของแคมเปญที่ค้างอยู่ในช่วงการเรียนรู้ เพราะระบบมีตัวเลือกให้ทดสอบน้อยเกินกว่าจะหาตัวชนะเจอ
บัญชีที่เริ่มด้วยคลิปที่ได้รับอนุญาตราวสิบห้าถึงยี่สิบชิ้นจะผ่านช่วงเรียนรู้เร็วกว่าและนิ่งเร็วกว่า คลังควรผสมทั้ง คลิปของร้าน โพสต์จากครีเอเตอร์พันธมิตรที่ขออนุญาตแล้ว และคลิปที่ตัดจากไลฟ์ครั้งก่อน โดยประเภทสุดท้ายคือคลังฟรีที่ผู้ขายส่วนใหญ่ทิ้งไปเปล่า ๆ ทุกรอบไลฟ์ที่คุณทำคือฟุตเทจดิบของแคมเปญที่จะไปดันไลฟ์ครั้งถัดไป นี่คือเหตุผลที่ขั้นตอนทำงานของเราถือว่าการตัดคลิปเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์ ไม่ใช่งานที่ค่อยไปทำทีหลัง
- ตัดคลิปจากทุกรอบไลฟ์ ทั้งช่วงเดโมสินค้า ช่วงตอบข้อโต้แย้ง และช็อตรีแอ็กชัน
- ขออนุญาตใช้คอนเทนต์ครีเอเตอร์ เพื่อให้โพสต์ของครีเอเตอร์เข้าไปอยู่ในคลังที่ระบบเลือกใช้ได้ด้วย
- เติมคลังก่อนเปิดแคมเปญทุกครั้ง เพื่อให้ระบบมีของที่ยังไม่เคยทดสอบ แทนที่จะวนใช้ตัวชนะที่คนดูเบื่อแล้ว
- คุมชุดสินค้าให้แคบ แคมเปญที่เล็งไปที่ชุดสินค้าที่โฟกัสจะเรียนรู้เร็วกว่าแคมเปญที่หว่านทั้งแคตตาล็อก
06. สิ่งที่แอดแก้ให้ไม่ได้
LIVE GMV Max ซื้อความสนใจแล้วส่งเข้ามาที่ห้อง ทุกอย่างหลังจากผู้ชมเดินเข้ามาแล้วคืองานโปรดักชัน ไม่ใช่งานสื่อ ไม่ว่าจะเป็นโฮสต์รั้งคนแปลกหน้าไว้ได้ไหมในสิบห้าวินาทีแรก ข้อเสนออ่านออกไหมโดยไม่ต้องเลื่อนกลับ จังหวะรายการให้เหตุผลกับคนที่เพิ่งเข้ามาสายไหมว่าทำไมต้องอยู่ต่อ และมีคนคอยดูคอมเมนต์แล้วปักสินค้าให้ถูกตัวถูกจังหวะหรือเปล่า
นี่คือเหตุผลที่ตัวเลขฝั่งแอดกับตัวเลขฝั่งห้องมักขยับไปด้วยกันในบัญชีที่บริหารดี และแยกออกจากกันอย่างน่าเกลียดในบัญชีที่บริหารไม่ดี เมื่อ ROI ของห้องตกลงทั้งที่แพลตฟอร์มยังส่งผู้ชมเข้ามาเรื่อย ๆ ปัญหาแทบไม่เคยอยู่ที่การตั้งค่าแคมเปญ แต่คือห้องที่ปิดการขายได้แย่กว่าทราฟฟิกที่ถูกส่งเข้ามา เป็นปัญหาเรื่องโฮสต์ ข้อเสนอ หรือคิวรายการ ที่แต่งตัวมาในชุดของปัญหาแอด
Limitless อยู่ตรงไหน
Limitless Studio คือบริษัทรับไลฟ์สดครบวงจรในกรุงเทพฯ ที่ทำทั้งสองครึ่งของบทความนี้ให้แบรนด์ที่ดูแลอยู่ ทั้งฝั่งโปรดักชันไลฟ์ คือสตูดิโอ MC ที่ผ่านการเทรน คิวรายการ และการตัดคลิป และฝั่งแคมเปญโฆษณาที่ดันคนเข้าห้อง เราบันทึก ROI ของห้องและ ROI ของแพลตฟอร์มไว้ทุกเซสชันแยกตามแบรนด์ งบและเป้าของไลฟ์แต่ละครั้งจึงตั้งจากประวัติของแบรนด์นั้นเอง ไม่ใช่จากเกณฑ์กลาง ๆ เราเป็น TikTok Strategic Agency, Shopee Premium Enabler และ Lazada Star Enabler พร้อมชั่วโมงไลฟ์สะสมกว่า 10,000 ชั่วโมงตั้งแต่ปี 2020 สนใจดูรายละเอียดบริการได้ที่หน้า รับไลฟ์สด
คำถามที่พบบ่อย
LIVE GMV Max คืออะไร
LIVE GMV Max คือแคมเปญโฆษณาแบบอัตโนมัติของ TikTok Shop ที่ใช้ดันคนเข้าห้องไลฟ์ แทนที่จะเลือกกลุ่มเป้าหมาย ตำแหน่งโฆษณาและราคาบิดเอง คุณเพียงผูกแคมเปญเข้ากับไลฟ์ที่ตั้งเวลาไว้หรือกำลังไลฟ์อยู่ กำหนดงบต่อวัน แล้วเลือกว่าจะตั้งเป้า ROI หรือให้ระบบเร่ง GMV สูงสุด จากนั้นระบบจะตัดสินใจเองว่าใครจะเห็นห้องไลฟ์ คลิปไหนจะถูกใช้ดึงคนเข้ามา และผู้ชมแต่ละคนมีมูลค่าเท่าไร ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นมา รูปแบบนี้เข้ามาแทน LIVE Shopping Ads แบบตั้งค่าเองสำหรับผู้ขายส่วนใหญ่ หน้าที่ของคนดูแลแอดจึงเปลี่ยนจากการซื้อสื่อ มาเป็นการวางกรอบตัวเลขและเตรียมห้องไลฟ์ให้ปิดการขายทราฟฟิกที่ระบบส่งมาให้ได้
LIVE GMV Max ต่างจาก Product GMV Max อย่างไร
Product GMV Max ดันสินค้าแบบต่อเนื่องและปรับให้เกิดออร์เดอร์ในร้านผ่านทั้งวิดีโอ หน้าสินค้าและการค้นหา เป็นเครื่องยนต์ที่เปิดทิ้งไว้ตลอด ส่วน LIVE GMV Max ปรับเพื่ออีเวนต์เดียว คือดันผู้ชมเข้าห้องไลฟ์ระหว่างที่ห้องเปิดอยู่ และจบลงเมื่อปิดห้อง แบรนด์ที่มีทีมดูแลส่วนใหญ่จะรันทั้งสองตัว โดยเปิด Product GMV Max ทิ้งไว้ตลอดเพื่อรักษายอดขายพื้นฐานและสัญญาณผู้ชมให้อุ่นอยู่เสมอ แล้วเปิด LIVE GMV Max รอบ ๆ ไลฟ์แต่ละครั้ง โดยเริ่มก่อนไลฟ์เพื่อให้ห้องเปิดขึ้นมาพร้อมคนดู ไม่ใช่ต้องไล่หาคนดูตั้งแต่ศูนย์
ควรตั้งเป้า ROI ของแคมเปญ LIVE GMV Max เท่าไร
ก่อนจะกรอกช่องนั้น ต้องรู้ตัวเลขสองตัวก่อน ตัวแรกคือ ROI จุดคุ้มทุน ซึ่งเป็นระดับผลตอบแทนที่ไลฟ์ครอบคลุมทั้งมาร์จิ้นสินค้า ค่าโฆษณาและค่าโปรดักชัน ต่ำกว่านั้น GMV ที่เพิ่มขึ้นคือการขาดทุน ตัวที่สองคือ ROI มัธยฐานที่เคยทำได้จริงจากไลฟ์ก่อนหน้าในชุดสินค้าเดียวกัน กฎที่ใช้ได้จริงคือตั้งเป้าไว้ราว 80% ของมัธยฐานที่เคยทำได้ และไม่ต่ำกว่าประมาณ 1.1 เท่าของจุดคุ้มทุน สูงพอจะรักษากำไร และหลวมพอให้ระบบยังใช้งบได้ ถ้ามีไลฟ์ที่เทียบเคียงกันได้น้อยกว่าประมาณสามครั้ง แปลว่ายังไม่มีมัธยฐานให้อ้างอิง ให้รันแบบเร่ง GMV สูงสุดพร้อมล็อกเพดานงบต่อวันไว้ แล้วเก็บข้อมูลก่อน
ทำไม ROI ในแดชบอร์ด TikTok ถึงดูสูงกว่าผลตอบแทนที่ได้จริง
เพราะตัวเลขสองตัวนี้วัดคนละอย่าง ช่อง GMV Max ROI ในแดชบอร์ดใช้การระบุที่มาของยอดขายตามระบบของแพลตฟอร์มเอง โดยนับออร์เดอร์ที่ TikTok ให้เครดิตกับแคมเปญ ซึ่งรวมถึงการซื้อที่เกิดนอกห้องไลฟ์ภายในช่วงเวลาระบุที่มาด้วย ตัวเลขที่คนดูแลแอดควรใช้วางแผนคือ ROI ของห้อง นั่นคือ GMV ที่ห้องไลฟ์ทำได้จริงหารด้วยค่าโฆษณาของรอบนั้น จากเซสชันที่เราบันทึกไว้ให้แบรนด์ที่ดูแลอยู่ ตัวเลขในแดชบอร์ดสูงกว่าตัวเลขของห้องอย่างสม่ำเสมอ โดยมากอยู่ในช่วงราวสิบถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ให้รายงานตัวเลขแดชบอร์ดได้เมื่อแบรนด์ถาม แต่ตั้งงบและเป้าของไลฟ์ครั้งถัดไปจากตัวเลขของห้อง
ต้องมีคลิปกี่ชิ้น LIVE GMV Max ถึงจะทำงานได้ดี
คลังคลิปคือปัจจัยเดียวที่ระบบอัตโนมัติสร้างขึ้นเองไม่ได้ แคมเปญที่เปิดขึ้นมาพร้อมคลังคลิปบาง ๆ มักค้างอยู่ในช่วงการเรียนรู้ เพราะระบบมีตัวเลือกให้ทดสอบน้อยเกินไป ขณะที่บัญชีที่เริ่มด้วยคลิปที่ได้รับอนุญาตราวสิบห้าถึงยี่สิบชิ้น ทั้งคลิปของร้าน โพสต์จากครีเอเตอร์พันธมิตร และคลิปที่ตัดจากไลฟ์ครั้งก่อน จะผ่านช่วงเรียนรู้เร็วกว่าและนิ่งเร็วกว่า วิธีทำงานจริงคือตัดคลิปที่ใช้ได้จากทุกรอบไลฟ์ ขออนุญาตใช้คอนเทนต์จากครีเอเตอร์ และเติมคลังก่อนเปิดแคมเปญทุกครั้ง เพื่อให้ระบบมีของใหม่ให้เลือกทดสอบเสมอ
ให้ระบบซื้อทราฟฟิกไป เราสร้างห้องที่ทราฟฟิกนั้นลงมา
โปรดักชันไลฟ์ MC ที่ผ่านการเทรน และการดูแลแคมเปญ GMV Max จากทีมเดียว พร้อมประวัติเซสชันรายแบรนด์อยู่เบื้องหลังทุกการตัดสินใจเรื่องงบ
ดูบริการรับไลฟ์สด → คุยกับเราอ่านต่อ: จ้างเอเจนซี่ยิงแอดในไทย · คู่มือจ้างไลฟ์สด · แคมเปญ 11.11 & 12.12